วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
การใช้อินเตอร์เน็ตอย่างปลอดภัย
ภัยที่เกิดกับตัวบุคคล
1.ภัยที่เกิดจากการกลั่นแกล้ง ซึ่งอาจทำให้ผู้เสียหายเกิดความอับอาย เสียทรัพย์สินไ้ด้
2.การหลอกลวงขายหรือประมูลสินค้าในอินเตอร์เน็ต การชำระสินค้าโดยใช้บัตรเครดิต มีทั้งการที่ผู้ขายหลอกลวงผู้ซื้อและผู้ซื้อหลอกลวงผู้ขาย
3.การล่อลวงไปทำมิดีมิร้าย
4.การปล่อยให้เด็กใช้อินเตอร์เน็ตโดยที่ไม่มีการแนะนำ อาจทำให้เด็กเข้าเว็บที่เสนอให้ใช้ความรุนแรงและซึมซับมา
การป้องกันภัยที่เกิดกับบุคคล
1.ไม่ควรคุยหรือแชทกับบุคคลที่ไม่รู้จัก
2.ระมัดระวังในการกรอกข้อมูลส่วนตัวลงทะเบียนกับเว็บต่างๆ
3.เมื่อมีคนชวนให้ทำงานหรือทำธุรกรรมการเงินผ่านทางเว็บไซต์ ให้สงสัยไว้เสมอว่าอาจถูกหลอกลวง
4.ไม่ควรนัดพบกับบุคคลในอินเตอร์เน็ตในที่รโหฐาน
5.ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำการใช้อินเตอร์เน็ตให้ลูกของตน และควรตั้งคอมพิวเตอร์ในระยะสายตาของผู้ปกครองที่สามารถมองเห็นได้
ภัยที่เกิดจากเครื่องคอมพิวเตอร์
1.การปล่อยไวรัสในอินเตอร์เน็ต เช่น ผ่านทางเว็บไซต์ดาวน์โหลด ผ่านทางอีเมล
2.การควบคุมโมเดมอินเตอร์เน็ตให้เชื่อมต่อไปยังคู่สายที่อยู่ต่างประเทศ อาจทำให้เสียเงินค่าโทรศัพท์ในอัตราการโทรไปต่างประเทศ
3.การใช้โปรแกรมล้วงข้อมูลความลับในระบบคอมพิวเตอร์
การป้องกันภัยที่เกิดจากเครื่องคอมพิวเตอร์
1.ควรตรวจสอบซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมต่างๆที่จะดาวน์โหลดไปใช้ว่ามีไวรัสหรือไม่โดยใช้โปรแกรมสแกนไวรัส
2.ควรตรวจสอบทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ทุกๆ1อาทิตย์
3.ควรสำรองข้อมูลไว้เผื่อข้อมูลหาย
4.ไม่อนุญาติให้บุคคลอื่นมาใช้คอมพิวเตอร์ของคุณโดยปราศจากการควบคุมอย่างใกล้ชิด
5.ควรอัพเดทโปรแกรมสแกนไวรัสอยู่เสมอ
6.หมั่นติดตามข่าวสารด้านไวรัสใหม่ๆ
7.หลีกเลี่ยงการเปิดอีเมลล์ที่ไม่น่าไว้ใจ
สรุป : ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าบุคคลที่คุยด้วยหรือโปรแกรมต่างๆที่จะดาวน์โหลดไว้ใจได้ไม่มีไวรัสและอันตรายต่างๆ
วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557
ทันภัยการใช้ Internet
10
วิธีป้องกันภัยจากอินเตอร์เนตสำหรับเด็กและเยาวชน
1. ไม่ควรปล่อยให้เยาวชนหรือบุตรหลานเล่นอินเทอร์เน็ตตามลำพัง
2. กระตุ้นให้เด็กเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งที่พบเห็นในอินเทอร์เน็ตให้กับผู้ปกครองได้รับทราบ และให้ร้องขอความช่วยเหลือหรือขอคำปรึกษาเมื่อพบกับปัญหา
3. ทำความเข้าใจกับเด็กเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อป้องกันเด็กจากเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม
4. แนะนำเด็กในการใช้อีเมล์ และให้ตรวจสอบหรือสอบถามเกี่ยวกับการส่งอีเมล์ที่ส่งมาให้เด็กอยู่เสมอ
5. ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้แชตรูม หรือห้องสนทนาเกี่ยวกับข้อมูลที่เด็กควรปกปิดไว้ ไม่ควรบอกให้คู่สนทนารู้ เช่น นามสกุล ที่อยู่ หรือรหัสผ่านที่เป็นความลับกับผู้ที่ไม่เคยรู้จัก หรือเริ่มรู้จักกันทางอินเทอร์เน็ต
6. ควรวางคอมพิวเตอร์ที่เด็กใช้ไว้ในที่เปิดเผย เช่น ห้องนั่งเล่น มากกว่าที่จะวางไว้ในห้องนอน หรือห้องส่วนตัว กลุ่มเยาวชน
7. ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ชื่อโรงเรียน ที่ทำงาน หรือเบอร์ที่ทำงาน ของผู้ปกครองให้แก่บุคคลอื่น ที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต
8. แจ้งให้ผู้ปกครองทราบโดยทันทีที่พบข้อมูล หรือรูปภาพใด ๆ บนอินเทอร์เน็ตที่หยาบคายไม่เหมาะสม
9. ไม่ไปพบบุคลใดก็ตามที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ตโดยไม่ขออนุญาตจากผู้ปกครองก่อน
10. ไม่ส่งรูปหรือสิ่งของใด ๆ ให้แก่ผู้อื่นที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต โดยมิได้ขออนุญาติจากผู้ปกครองก่อน
2. กระตุ้นให้เด็กเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งที่พบเห็นในอินเทอร์เน็ตให้กับผู้ปกครองได้รับทราบ และให้ร้องขอความช่วยเหลือหรือขอคำปรึกษาเมื่อพบกับปัญหา
3. ทำความเข้าใจกับเด็กเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อป้องกันเด็กจากเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม
4. แนะนำเด็กในการใช้อีเมล์ และให้ตรวจสอบหรือสอบถามเกี่ยวกับการส่งอีเมล์ที่ส่งมาให้เด็กอยู่เสมอ
5. ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้แชตรูม หรือห้องสนทนาเกี่ยวกับข้อมูลที่เด็กควรปกปิดไว้ ไม่ควรบอกให้คู่สนทนารู้ เช่น นามสกุล ที่อยู่ หรือรหัสผ่านที่เป็นความลับกับผู้ที่ไม่เคยรู้จัก หรือเริ่มรู้จักกันทางอินเทอร์เน็ต
6. ควรวางคอมพิวเตอร์ที่เด็กใช้ไว้ในที่เปิดเผย เช่น ห้องนั่งเล่น มากกว่าที่จะวางไว้ในห้องนอน หรือห้องส่วนตัว กลุ่มเยาวชน
7. ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ชื่อโรงเรียน ที่ทำงาน หรือเบอร์ที่ทำงาน ของผู้ปกครองให้แก่บุคคลอื่น ที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต
8. แจ้งให้ผู้ปกครองทราบโดยทันทีที่พบข้อมูล หรือรูปภาพใด ๆ บนอินเทอร์เน็ตที่หยาบคายไม่เหมาะสม
9. ไม่ไปพบบุคลใดก็ตามที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ตโดยไม่ขออนุญาตจากผู้ปกครองก่อน
10. ไม่ส่งรูปหรือสิ่งของใด ๆ ให้แก่ผู้อื่นที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต โดยมิได้ขออนุญาติจากผู้ปกครองก่อน
วันอังคารที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2557
บริการต่างๆบนอินเทอร์เน็ต
บริการบนอินเทอร์เน็ต
1. World Wide Web (WWW) เครือข่ายใยแมงมุม
oooooเป็นการเข้าสู่ระบบข้อมูลอย่างข้อมูลในรูปของ Interactive Multimedia คือ มีทั้งรูปภาพ ข้อความ ภาพเคลื่อนไหว เสียง และวีดีโอ อีกทั้งข้อมูลเหล่านี้ยังใช้ระบบที่เรียกว่า hypertext กล่าวคือ จะมีคำสำคัญหรือรูปภาพในข้อมูลนั้นที่จะช่วยให้ท่าน เข้าสู่รายละเอียดที่ลึกและกว้างขวางยิ่งขึ้น คำสำคัญดังกล่าวจะเป็นคำที่เป็นตัวหนา หรือขีดเส้นใต้ เพียง แต่ท่านเลือกกด ที่คำ ที่เป็นตัวหนาหรือขีดเส้นใต้ นั้น ๆ ท่านก็สามารถเข้าสู่ข้อมูลเพิ่มเติมได้ (ข้อมูลเหล่านี้จะมีผู้สร้างขึ้นมาและเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ ต่าง ๆ ทั่วโลก)
2. Search Engine (บริการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต)
oooooSearch Engine เป็นเว็บไซต์ที่มีเครื่องมือในการที่จะค้นหาเว็บไซต์ต่าง ๆ มาเก็บไว้ในฐานข้อมูลของ ตัวเองโดยอัตโนมัติ เช่น Google.com หรือ Altavista.com ซึ่งเครื่องมือนี้ มีชื่อเรียกว่า Search Robot จะทำหน้าที่คอยวิ่งเข้าไปอ่านข้อความจากหน้าเว็บไซต์ ของเว็บต่าง ๆ แล้วนำมาจัดลำดับคำค้นหา (Index) ที่มีในเว็บไซต์เหล่านั้น เก็บไว้ในฐานข้อมูลของตนเอง เมื่อเราเข้าไปใช้บริการ กับ Search Engine
วันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2557
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)